mikrotik รุ่นไหนดี เลือกยังไง

Mikrotik เลือกยังไง รุ่นไหนดี
เชื่อว่ามีหลายคนที่เป็นมือใหม่และตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใช้รุ่นไหนดีครับ
แต่ขอบอกก่อน Mikrotik จุดเด่นของมันคือ Router ครับ
หากใช้เพียงแค่ว่าแทนเร้าเตอร์บ้าน หากไม่มีความรู้เรื่องอุปกรณ์ Network เลย
ผมไม่แนะนำให้ใช้ เพราะว่า mikrotik ไม่ได้ทำคู่มือหรือ user manual ให้ (มี guide สำหรับคอนฟิกใน help )ซึ่งถ้าไม่มีพื้นฐานหรือไม่ได้ทำงานสาย network นี่ทำไม่เป็นแน่ๆครับ

แนะนำให้ใช้พวกที่มี SON (Self-Organizing Network) อาจจะง่ายสำหรับมือใหม่
เอาล่ะครับ มาเข้าเรื่องกันเลย

ผมแยกรุ่น mikrotik ออกเป็นแบบนี้ครับ
รุ่นเล็ก เด็กน้อย
จุดเด่น cpu 1 core แรม 32-64 MB แลนเป็น 100 Mbps พวกนี้จะเป็น ROS License Level4

เหมาะสำหรับมือใหม่เอาไว้ลองหักคอนฟิกหรือทำ Lab ต่างๆ
รองรับ throughput ได้ไม่เกิน 100 Mbps user อยู่ประมาณ 20-30 ขึ้นอยู่กับการจัดการแบนด์วิด
ยกตัวอย่าง hAP Lite,RB750r2,mAP,hAP AC Lite

คุณลุงคุณป้า
กลุ่มนี้คือ cpu ตกรุ่น 1-2 core แรม 128 MB Store 128 MB แต่ได้ License Level5 มา
แม้ว่าแลนจะให้ 1 Gbps 5 หรือ 10 ช่อง แต่ cpu มันเจนเก่า สู้ตัวใหม่ๆไม่ไหว ถ้าต้องใช้แนะนำความเร็วเนตไม่เกิน 200 Mbps บริหารแบนด์วิดท์ดีๆอาจไปได้ถึง 50 client
ยกตัวอย่าง 2011 series,RB450G,RB850Gx2 รวมคุณทวด RB1100AHx2 หรือ RB1200 เข้าไปอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยครับ

วัยรุ่น กำลังห้าว
cpu 2-4 core แรม 128-256 MB Store 16 MB แลน 1 Gbps License Level4
throughput อยู่ประมาณ 400 Mbps หรือถ้าเปิด fasttrack อาจดันได้ราวๆ 700-900 Mbps  user 50 พอได้
กลุ่มนี้ได้แก่ RB750Gr3,hEX S,hAP ac²,hAP ac³ (เฉพาะ hAP ac³ ที่ใช้ store 128 MB),Audience

ผู้ใหญ่ ฝึกหัด
cpu 2-4 core แรม 1 GB Store 128-512 MB License Level5 ความเร็วเนต 800 Mbps ได้ user จัดการดีๆได้ถึง 100
RB3011UiAS-RM,RB450Gx4

วัยทำงาน
cpu 4 core speed 1 GHz ขึ้น แรม 1 GB store 128-512 MB License 5-6

throughput ที่ทำได้สูงสุดประมาณ 2.8 Gbps user 150-300 ขึ้นอยู่กับการจัดการ
ยกตัวอย่าง 4011,5009,1100x4

ในช่วงราคาไม่เกินหมื่น รุ่นนี้คุ้มค่าเงินที่สุดครับ

วัยทำงาน ประสบการณ์พร้อม
พวกนี้แยกแบบนี้ครับ
500+ CCR1009 series
1000+ CCR2004,CCR1016
2000+ CCR1036,CCR2116
3000+ CCR1072,CCR2216

ผมแยกกลุ่มเร้าเตอร์เหล่านี้โดยใช้หลักเกณฑ์ตามนี้ครับ
1.cpu จำนวน core,speed clock หรือเทคโนโลยี cpu มีผลกับการทำงาน อันนี้คือหัวใจหลักเลย
2.แรม จำนวนแรมยิ่งเยอะ ช่วงให้รองรับ concurrent ได้นานหรือเยอะขึ้น
3.จำนวน port เชื่อมต่อ Lan SFP SFP+ XS XQ คือช่องทางสำหรับการถ่ายโอนข้อมูล
4.throughput ที่อุปกรณ์ทำได้
5.RouterOS License อันนี้จะมีผลกับราคาครับ L4,5,6 ราคาต่างกัน แต่ไม่ค่อยเห็นใครใช้ radius hotspot ใน mikrotik หรือใช้แต่น้อย
6.store หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูล พวกน้อย 16 MB กับพวกมากกว่า 16 รุ่นที่ให้น้อยก็ตามราคาและลักษณะงานออกแบบมากสำหรับ home used

เวลาซื้อ mikrotik คำถามที่เจอบ่อยมาก
-user ประมาณไม่เกิน 50 client ใช้รุ่นไหนดี
ถ้าดูจากรุ่น คำตอบก็น่าจะเป็น RB750Gr3,hEX S,hAP AC2,hAP AC3 ครับ

-เนต 1 Gbps x2 ใช้ตัวไหนดี
เหมือนเดิมครับ ความเร็วเกิน 1Gbps ดูรุ่นที่มี SFP+ หรือ Port แลนเยอะหน่อย จะได้ 4011,5009,1100x4

2 คำถามนี้มีจุดที่ต้องเลือกครับ
เวลาซื้อจะดูที่จำนวน user ใช้งานหรือความเร็วเนตที่มี ต้องใช้ 2 อย่างประกอบกันครับ
แล้วให้คำแนนว่าจะเอา user หรือ ความเร็วเป็นอันดับ 1

ยกตัวอย่างที่ office เนต 1000/1000 Mbps
user ใช้งานจริงไม่เกิน 10 client throughput จริงเฉลี่ยต่อวันแล้วอยู่ที่ประมาณ 9 GB ใน 1 เดือนใช้ไม่ถึง 300 GB
ใช้ตัวไหนก็ได้ที่แลนเป็น Gigabit ครับ อันนี้ผมใช้ 3011 หรือ RB750Gr3 ก็ไหวครับ แต่ความเร็วที่ใช้ได้อาจได้ราวๆ 400-600 Mbps แค่นี้ก็พอแล้ว

มาดู switch บ้างครับ เปรียบเทียบ
CRS317-1G-16S+RM ของขาดตลาด ใช้ CRS310-1G-5S-4S+IN แทนได้ไหม
สเปค
CRS317-1G-16S+RM cpu arm 2core@800MHz ROS License6 แรม 1GB store 16MB จำนวน port 16 SFP+ 1G Lan
CRS310-1G-5S-4S+IN cpu arm 1core@800 MHz ROS License5 แรม 256 store 16MB จำนวน port 5 SFP,4 SFP+ ,1G Lan

เหมือนเทรลเลอร์กับกระบะคอกซิ่งครับ แต่ถ้าถามหาสิบล้อตอนเดียวน่าจะเป็น CRS309-1G-8S+IN ใช้ 2 ตัวจะเป็นสิบล้อพ่วง ทำงานได้พอๆกับตัว 317 (arm 2core@800MHz แรม 512 store 16 MB 8 SFP+,1G Lan)

จุดที่ผมบอกเน้นเวลาดูสเปคเพื่อเลือกอุปกรณ์
ดู cpu ก่อนเป็นอันดับแรก เป็นหัวใจหลักว่าจะทำงานได้มากน้อยหรือดีแค่ไหน
แรม พอร์ทการเชื่อมต่อให้อะไรมาบ้าง
และตาราง Test Results ดูช่องไหน



ในรูปคือ RB5009UPr+S+IN และ hAP ax²
ตารางดูช่องไหน มันไม่มีหลักตายตัวครับ ขึ้นอยู่กับคอนฟิก
แต่ถ้าต้องการคำตอบผมใช้ Routing none(fast path) ,25 queues และ 25 rules ที่ 64 byte เป็นหลักครับ
เพราะนั่นคือสเปคต่ำสุดที่มันยังทำงานไหว
สิ่งสำคัญคือ การคอนฟิกหรือจัดการบริหารแบนด์วิดท์ยังไงให้อุปกรณ์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์กับมือใหม่หรือมือเก่าที่ใช้งานเป็นบ้างแล้ว
หากอันไหนหรือข้อความใดเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดสามารถแจ้งทาง inbox page NeXTGENiT ได้ครับ
สวัสดีครับ